Recent Posts

There's power in the web! $5.99 .com at godaddy.com

Summer Fashion 2013

ต้อนรับซัมเมอร์ 2013 ด้วยแฟชั่นชุดว่ายน้ำ ชุดไปทะเล บีชแวร์ ดีไซด์เก๋ๆ เดินเล่นชิลๆ ริมหาด

สินค้าไอเดียน่ารัก

ร้านจำหน่ายสินค้าไอเดีย หมวกแฟนซีสัตว์น่ารัก มอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษเพื่อคนพิเศษ

3 เคล็ด(ลับ) ผิวใสรับแดดสวย

แล้วเทศกาลหน้าร้อน เวลาของการพักผ่อนหย่อนใจก็กลับมาอีกครั้ง นอกจากเตรียมตัวไปเที่ยวให้สนุกเต็มที่แล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือต้องเตรียมตัวดูแลปกป้องผิวให้สวยใสอยู่เสมอ

ร่วมกิจกรรม iTrendy Super Model 2013

ชวนคุณสาวๆ ร่วมรีวิวชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้าแฟชั่นไปทะเล ต้อนรับซัมเมอร์ 2013 เพื่อเป็นสุดยอด Top Model รับรางวัลมากมาย

"ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" เคล็ดลับความงามสุดเวิร์ก

ไม่มีผู้หญิงคนไหนเกิดมาสวยสมบูรณ์แบบไปซะทั้งหมดหรอก ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือนางแบบก็ล้วนต้องอาศัยเทคนิคในการแต่งหน้าเข้าช่วยกันทั้งนั้น เพื่อช่วยให้คุณเติมสวยได้อย่างเต็มที่ เราจึงได้รวบรวมกลเม็ดในการแต่งหน้าดีๆ ที่ช่างแต่หน้าวางใจมาบอกคุณแล้ว



• คิ้วสวยได้รูป ความสามารถปกปิดรอยแหว่งเว้าบนคิ้ว พร้อมกับเติมความคมเข้มให้คิ้วได้ ด้วยการใช้มาสคาร่าปัดขนคิ้วให้ได้รูป วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้คิ้วดูสวยได้รูปแล้ว ยังช่วยตรึงขนคิ้วให้อยู่ในร่องในรอยได้อย่างยาวนานด้วย

  • ซ่อนรอยคล้ำใต้ตา ใช้อายแชโดว์น้ำตาลอมเทาวาดเป็นเส้นบางๆบริเวณขออบตาล่าง เพื่อกลบสีคล้ำๆในบริเวณนั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่างแต่งหน้าชอบใช้เวลาที่ไม่มีคอนซีลเลอร์อยู่ในมือ

  • เติมความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก แต้มอายแชโดว์สีสว่างๆ และเรืองรอยอย่างสีทองหรือสีทองแดงลงในบริเวณกึ่งกลางริมฝีปาก ความเรืองรองนั้นจะทำให้เกิดการสะท้อนแสง จึงช่วยสร้างภาพลวงตาให่ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นได้

  • เพิ่มความเปล่งปลั่ง ผสมอายแชโดว์สีเมทัลลิกในปริมาณเล็กน้อยเข้ากับโลชั่นทาหน้า แล้วนำไปลูบไล้ลงบนผิวหน้าให้ทั่ว ก็จะช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งเรืองรองขึ้นได้

• ริมฝีปากสีเนื้อ คุณสามารถมีเรียวปากสีนู้ดสุดทันสมัยได้โดยไม่ต้องใช้ลิปสติก เพียงแค่จุ่มพัฟฟ์ฟองน้ำลงในครีมรองพื้น แล้วนำมากดลงบนริมฝีปากเบาๆ ปล่อยให้แห้งซักสองสามวินาที ก่อนจะทาทับด้วยลิปกลอสสีใสๆ เพื่อเพิ่มความมันวาวขึ้นมา

เผิง ลี่หยวน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจากแดนมังกร ฝากถึงผู้หญิงทั่วโลก

เผิงลี่หยวน ภรรยาสีจิ้นผิง ผู้นำจีน ให้ทัศนคติต่อ ผู้หญิง

“สำหรับผู้หญิงแล้วขอเพียงควบคุมดูแลความประพฤติตนได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
ไฉนต้องไปควบคุมผู้ชายด้วยล่ะ? ผู้ชายที่เชื่อฟังคำพูดของเราก็ไม่ต้องควบคุม สำหรับผู้ชายที่ไม่ฟังเราแม้ว่าเราจะอยากจะควบคุมเขาแต่ก็คงจะทำไม่ได้หรอก ผู้ชายที่ดีกับคุณไม่จำเป็นต้องควบคุม
ผู้ชายที่ทำแย่ๆกับคุณจะไม่ยอมให้คุณควบคุม ผู้ชายที่รักคุณก็ไม่จำเป็นต้องควบคุม แล้วหากเขาไม่รักคุณ คุณก็ควบคุมเขาไม่ได้อยู่ดี”


1. การลงทุนในตัวเอง
หากผู้หญิงคนใดทุ่มเวลาอันมีค่าที่สุดของตนให้แก่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่หลายปี เพื่อให้ได้ผู้ชายคนนั้นมาเป็นคู่ชีวิตของตน อีกหลายสิบปีต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็ต้องหาทุกวิถีทางมาผูกมัดเขาไม่ให้หลุดไปจากคุณ แต่หากผู้หญิงทุ่มเทในการพัฒนาตนเอง คุณย่อมสามารถจะเก็บเกี่ยวรักแท้ซึ่งเป็นของคุณได้อย่างง่ายดาย ความรักเป็นความสุขทางใจและอารมณ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของรสนิยมอันเลอเลิศที่เราสามารถสร้างขึ้นให้เป็นที่ดึงดูดใจได้ จงจำไว้มีแต่ผู้หญิงที่อยู่ในลักษณะที่สง่างามที่สุดเท่านั้นจึงจะมีเสน่ห์น่าหลงไหลในความรู้สึกของผู้ชาย

2. จงเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเอง
มีความคิดอ่านของตัวเอง มีทัศนคติที่มีต่อชีวิตของตัวเอง มีค่านิยมของตัวเอง มีความใฝ่ฝัน รู้จักขวนขวายเพื่อความเจริญก้าวหน้า ต้องไม่ละทิ้งอุดมคติของตัวเอง ประกอบอาชีพที่ตนชอบ มีความสุขกับตัวเอง มีความเปรมปรีดิ์กับความสำเร็จของตัวเอง ทำงานหาเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร อย่าพึ่งพาผู้ชายเพียงอย่างเดียว ผู้หญิงที่เข้มแข็งและมีความสามารถจะมีความเชื่อมั่นและมีเสน่ห์มากกว่า!

3.ชาร์ตพลังชีวิตให้กับตัวเอง
สังคมพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด แล้วเราจะยืนโดดเด่นท่ามกลางกลุ่มคนได้อย่างไร
ก็ต้องชาร์ตพลังงานให้กับตัวเองโดยการเรียนรู้สรรพความรู้และทักษะความสามารถทุกอย่าง เรียนรู้ไม่หยุดยั้งและพัฒนาปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ เพื่อว่าเราจะสามารถแสดงออกถึงความงามของผู้หญิงที่แท้จริงให้ปรากฏในสังคมได้

4.จงเป็นผู้หญิงที่มีความสง่างามน่าชื่นชม
“โลกนี้ไม่มีหญิงอัปลักษณ์"
มีแต่หญิงขี้เกียจ” ผู้หญิงควรรู้จักแต่งตัวให้ดูสะอาด มีรสนิยม มีความทันสมัย จนใครเห็นใครชอบ ผู้หญิงสวยไม่สวยไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญคือต้องมีภาพลักษณ์อันสง่างาม หากย่อหย่อน ปล่อยปละละเลย เพราะเป็นคนเกียจคร้าน มอมแมม เส่น่ห์ย่อมหดหายไป นั่นคือแม้แต่ตัวเองยังไม่รักตัวเองแล้ว จะหวังให้คนอื่นมารักเราได้หรือ!

5. เรียนรู้ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา
มองทุกอย่างให้ทะลุปรุโปร่งแต่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา บางอย่างต้องให้มีความกระจ่างแจ้ง บางเรื่องต้องแกล้งไม่เดียงสาแต่อย่าถึงกับโง่ ขอแต่เพียงให้เขารู้ว่าเราชอบอะไร เรื่องบางเรื่องเรารู้อยู่แก่ใจก็พอแล้ว ให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องพูดก็อย่าพูดออกมา หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่ขัดต่อหลักการแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเสีย นั่นเท่ากับว่าเป็นการที่เราได้ช่วยเขาแล้ว อย่าบีบบังคับจนอีกฝ่ายเข้าทางตันจนหาทางออกไม่ได้ นั่นไม่ใช่วิสัยของวิญญูชน

6. เสน่ห์ที่แท้จริง
ผู้หญิงที่มีเสน่ห์อย่างแท้จริงนั้นคือผู้ที่สามารถแสดงความปราดเปรื่องในอาชีพการงานของตน สามารถทำให้สังคมรับรู้ถึงสติปัญญาและความสามารถของตน ผู้หญิงที่มีเสน่ห์นั้นเวลาพูดคุยกับผู้ชาย
จะรู้จักวางตัวอย่างเหมาะสม พูดจาอย่างมีเหตุผล ไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่ง แต่ไม่อ่อนน้อมเกินควรจนดูต้อยต่ำ สามารถแสดงความเป็นผู้มีสติปัญญา มีไหวพริบปฏิภาณให้อีกฝ่ายประทับใจได้



7 .รู้จักสร้างความสมดุลให้ตนเป็นที่รักใคร่
ผู้หญิงควรจะรู้จักสร้างความสมดุลให้กับมนุษยสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ จะไม่เที่ยวไปแสวงหาในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ไปนินทาว่าร้ายจนสร้างความร้าวฉาน ต้องรู้จักประมาณตน ซึ่งได้เรียกว่าเป็นการตัดเสื้อให้เหมาะกับตัวเอง ควรรู้จักคำว่า พอเพียง เพื่อจะมีความสุขตลอดไป

8.ปัญญา
ปัญญาเป็นกระบวนการคิดที่เปี่ยมด้วยเหตุและผล เป็นวิธีการคิดและแสดงออกรูปแบบหนึ่ง ผู้หญิงเจ้าปัญญา จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรและไม่ควรทำอะไร ไม่ควรอวดดีอวดอ้างการศึกษาและความรู้ของตัวเอง ที่สำคัญคือต้องรู้จักนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หญิงเจ้าปัญญาจะรู้จักแยะแยะผู้ชาย หญิงเจ้าปัญญาจะไม่เสียเวลากับผู้ชายที่ไม่คู่ควรกับการคบหากัน

9.ผู้หญิงที่อ่อนโยนและดีงาม
อ่อนโยนและดีงามไม่ได้มีความหมายเช่นเดียวกับอ่อนแอ ยิ่งไม่ใช่ไปยอมเขาตลอด เพียงแต่ไม่มุ่งหวังที่จะเอาแต่ทำร้ายคนหรือไม่รู้จักปล่อยวาง เป็นคนกัดไม่ปล่อย หากเป็นคุณลักษณะของ“การรู้จักหยุดเมื่อต้องหยุด” คบหากันต้องมีความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวง ไม่พูดปด นั่นคือจงปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยเมตตาจิตนั่นเอง

10. อย่าเที่ยวโปรยเสน่ห์
ผู้หญิงไม่ควรมีนิสัยพอรู้สึกว้าเหว่ก็ออกไปจับผู้ชายมาแก้เหงา ทำเช่นนี้ไม่ยุติธรรมทั้งต่อตัวคุณและผู้ชายคนนั้น กับผู้ชายที่ไม่ถูกโฉลกหรือไม่ชอบก็ควรปฏิเสธเขาอย่างหนักแน่น หากคุณส่งเมล์ให้ผู้ชายที่คุณชอบ แล้วไม่ได้การคำตอบกลับมาก็ไม่ควรส่งเมล์ไปให้เขาอีก หากผู้ชายคนนั้นอ้างว่างานยุ่งไม่มีเวลาที่จะตอบข้อความของคุณ นั่นย่อมแสดงว่าเขาไม่มีใจให้คุณแล้วล่ะ จงกล้าที่จะตัดใจจากเขาเสีย เลิกความพยายามเสีย แล้วไปหาคนที่รักคุณจะดีเสียยิ่งกว่า!

หยุดหลายวันไปเที่ยวกันดีกว่า "ทริคเที่ยวคุ้มค่าในราคาย่อมเยาว์"

การรท่องเที่ยวเป็นการให้รางวัลชีวิตบ้างจากหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือเรื่องเครียดๆ ตอนนี้ก็มาถึงเทศกาลท่องเที่ยวพักผ่อนกันเสียที โดยเฉพาะอากาศร้อนและหยุดยาวเช่นนี้ เมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมายเลยทีเดียว แต่อย่าลืมนะว่า การท่องเที่ยวแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงินใช้ทองจำนวนไม่น้อย จะเที่ยวไทยหรือต่างประเทศ ก็ควรพิจารณากำลังทรัพย์และฐานะของตน ยิ่งถ้ามีแผนทัวร์ต่างประเทศแล้วละก็ ต้องคิดให้หนักวางแผนกันให้รัดกุม


ดังนั้น การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ต้องรู้จักวางแผนการเงินและการเดินทางไว้ให้พร้อม โดยข้อแนะนำง่ายๆ สำหรับคุณสาวๆ ที่จะกำลังออกเดินทางมีดังนี้

1. เริ่มออมเพื่อการท่องเที่ยว
แม้เรื่องเงินจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ช่วยให้ทุกคนพักผ่อนวันหยุดได้อย่างสนุกสนานที่สุด แต่เงินก็ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายไปได้ ดังนั้นการวางแผนท่องเที่ยวจะง่ายขึ้นหากคิดเริ่มต้นในการออมไว้เสียแต่เนิ่นๆ หากคุณพอมีเงินแล้วละก็ ให้จัดสรรเงินก้อนหนึ่งจากงบรายจ่ายทุกเดือน แบ่งเป็นเงินฝากออมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวไปเลย สักประมาณ 5% ของรายได้ทั้งหมด

2. เป้าหมายแหล่งท่องเที่ยว
กำหนดเป้าหมายแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตัวเอง เพื่อให้แผนและความฝันอยากท่องเที่ยวเป็นจริง คุณต้องลองประเมินการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว โดยเทียบราคาแบบเที่ยวเดี่ยว เที่ยวคู่หรือจะเป็นครอบครัวเป็นหมู่คณะไว้ด้วย เพราะสถานการณ์กับความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกันไป ดังนั้นคุณจึงต้องตัดสินใจเดินหน้าตามสถานภาพกับความสามารถทางการเงินของตัวเองอย่างมีเหตุและผล


3. คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าราคา
ในการท่องเที่ยว คุณอาจขอคำแนะนำและข้อมูลจากบริษัทท่องเที่ยว ซึ่งน่าจะเป็นมืออาชีพมากกว่าการท่องโลกอินเตอร์เน็ต ที่สำคัญขอให้ยึดหลักคุณภาพมากกว่ามัวคำนึงถึงราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งจ่ายค่าโรงแรมเพิ่มอีกนิด แต่ช่วยร่นระยะทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวได้ ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทางมากเกินความจำเป็น

4. เปรียบเทียบราคาให้ดี
นักท่องเที่ยวเจ้าของแผนใช้บริการบริษัทท่องเที่ยว ขอให้พยายามต่อรองหาราคาเหมาะกับสภาพตัวเอง ตอนนี้สามารถใช้ความทันสมัยบนโลกอินเตอร์เน็ตด้วยการเข้าไปเปรียบเทียบข้อเสนอจากเว็บไซด์ต่างๆ ซึ่งเจ้าเว็บเหล่านี้จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมและรถยนต์เช่าที่บริษัทท่องเที่ยวแต่ละแห่งเสนอไว้ เพื่อให้ได้ของดีแต่ราคาถูกที่สุด อย่างก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังในการค้นหาข้อมูล คือ ต้องแน่ใจว่าเข้าใจข้อกำหนดกฎระเบียบทั้งหมด และราคาที่ต้องจ่าย รวมถึงค่าธรรมเนียมกับภาษีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบริการ และยิ่งคุณยืดหยุ่นกับเป้าหมายที่วางมากเท่าไรโอกาสที่การเจรจาต่อรองจะสำเร็จยิ่งมีมาก

5. เลือกไปเที่ยววันธรรมดา
การเดินทางท่องเที่ยวไปในวันธรรมดา แทนที่จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จะช่วยผู้ออมประหยัดเงินค่าเดินทางอย่างตั๋วเครื่องบินได้มาก หรือเลือกเดินทางแต่เช้ากับดึกหน่อย อาจเป็นช่วงคนน้อยไม่แออัดแต่สามารถประหยัดค่าเดินทางมากขึ้น และควรซื้อตั๋วเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ จะช่วยให้เจ้าของแผนได้ราคาตั๋วถูกลง หากคุณติดต่อโดยตรงกับสายการบินเพื่อซื้อตั๋ว ขอให้แน่ใจว่าได้ตั๋วราคาถูกที่สุดแล้วจริงๆ แต่ถ้าไม่ได้ขอให้หาสายการบินที่ให้ราคาตั๋วถูกกว่า และอย่าลืมถามหาส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษอื่นๆ ที่อาจจะมีผลบังคับใช้หรือประชาสัมพันธ์ให้รู้ในอีก 1-2 วันข้างหน้า

6. ปล่อยวางทุกอย่าง-เตรียมตัวให้พร้อม
หากคุณต้องเครียดมากเครียดตลอดเวลาแล้วละก็ ให้อยู่กับบ้านทำใจดีกว่าการเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เช่น การกินข้าวในบ้านมากกว่าจะหาสถานที่หรืออาหารราคาแพงนอกบ้าน และหยุดใช้บริการเนิร์สเซอรี่ดูแลเด็กๆ เสียบ้าง ทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่บ้านดูแลได้ ช่วยตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกไปได้ ก่อนเดินทางท่องเที่ยวลองตรวจดูรายการสิ่งของเครื่องใช้รวมถึงของขบเคี้ยวที่พอจะซื้อหาได้ในราคาถูก และถูกใจคนในครอบครัว ซึ่งดีกว่าการไปซื้อหาของกับสิ่งจำเป็นในราคาแพงกว่าปลายทาง เป็นอีกหนทางที่เตรียมพร้อมได้ก่อนและสะดวกระหว่างเดินทาง ไม่ต้องแวะพักหรือหยุดบ่อยๆ ตามร้านค้าซื้อสะดวกที่ขายแพงกว่า


การวางแผนล่วงหน้าไว้เนิ่นๆ จะทำให้คุณท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ และใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า หากคิดจะท่องเที่ยวในปลายปีอย่างนี้ ก็ลองใช้ข้อแนะนำเหล่านี้ดูนะคะ

แต่งตัวอย่างไร? ให้ช่วงตัวผอมเพรียวขึ้น

หลายท่านเผลอสะสะสมแคลอรี่มาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี เสื้อผ้าก็เปลี่ยนไซต์มาเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าอวบอ้วนขึ้น พอจะออกงานปาร์ตี้หรือจัดเลี้ยงทีก็พบว่าสวมอะไรก็ดูช่างไม่มีความมั่นใจในตัวเองเอาเสียเลย


1. เลือกใส่สีเดียวกันทั้งชุด หรือสีใกล้เคียง หลีกเลียงการแมทช์สีท่อนบนกับท่อนล่างคนละสีกัน เพราะจะทำให้คุณโดนแยกส่วน ที่มองแล้วเหมือนแต่งตัวไปคนละทิศละทาง

2. ยืนพื้นสีโทนเข้มไว้ก่อน เพราะจะทำให้คุณดูตัวเล็กกว่าเสื้อผ้า หากสวมเสื้อสีโทนสว่าง จะทำให้ดูเหมือนตัวคุณใหญ่เกินออกมาจากเสื้อผ้า
แต่งอย่างไรให้ดูผอม

3. เลือกใส่ไซด์ใหญ่กว่านิดหน่อย ควรเลือกสวมเสื้อผ้าแบบพอดีตัว หรือใหญ่กว่าตัวนิดหน่อยได้ แต่ไม่ใช่ใหญ่โคร่ง หรือเล็กกว่าจนรัดตัว การเลือกไซด์เสื้อที่ถูกต้องกับขนาดตัวไม่ใช่แค่ทำให้เราดูดี แต่ยังช่วยเรื่องบุคลิกภาพอีกด้วย เพราะคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งจับนั่งดึง กังวลกับชุดมากนัก
เดรสเข้ารูป


4. ใส่ใจในเนื้อผ้า ควรเลือกผ้าที่ปล่อยสบายๆ ไม่แนบสนิทกับตัว เช่น ผ้าฝ้าย และหลีกเลี่ยงเนื้อผ้า เช่น ผ้าสักหลาด ผ้ากำมะหยี่ ผ้าขนสัตว์ หรือเนื้อผ้าทั้งตัว เพราะผ้าเหล่านี้จะทำให้เราดูตัวหนาขึ้น และยังเผยให้เห็นส่วนเกินได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
เดรสทำงาน


วิธีเลือก "เดรส" ให้สวยเป๊ะ! เข้ากับรูปร่างของสาวๆ

คำแนะนำดีๆ จากคุณโอ-ชลิตา หมวกพลอย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดฝ่ายแฟชั่น แมพ แอคทีฟ (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าแบรนด์ BCBGMAXAZRIA ในฐานะกูรูแฟชั่น มาบอกเล่าถึงเคล็ดลับการเลือกเดรสให้เข้ากับรูปร่างของสาวๆ



“โดยทั่วไปแล้ว เราจะแบ่งรูปร่างของสาวๆ ออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่
รูปร่าง T-Shape คือ สาวที่มีรอบตัวช่วงบนหรือหน้าอกใหญ่กว่าสะโพก, 
รูปร่าง A- Shape คือสาวที่มีรูปร่างคล้ายลูกแพร์ คือช่วงไหล่เล็กกว่าสะโพก,
รูปร่าง X-Shape คือ สาวที่มีรูปร่างแบบนาฬิกาทราย มีหุ่นที่สมส่วน
รูปร่าง H-Shape คือ สาวที่มีรูปร่างค่อนข้างตรง ช่วงบนกับช่วงล่างใกล้เคียงกัน 

โดยแต่ละหุ่นจะเหมาะกับเดรสในรูปแบบที่แตกต่างกัน”

 
สำหรับ สาว A-Shape ควรจะสร้างสมดุลให้รูปร่างด้วยการเลือกสไตล์ของชุดเดรสที่มีดีเทล เพิ่มจุดสนใจไปที่ช่วงบนของร่างกาย เดรสที่เหมาะสมควรมีรูปทรงบานออกเล็กน้อย หรือเรียกว่าทรง A นั่นเอง โดยเน้นให้มีดีเทลบริเวณคอและไหล่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มแอคเซสเซอรีชิ้นเด็ดๆ เช่น สร้อยคอหรือต่างหูอย่างใดอย่างหนึ่งมาเสริมจุดสนใจให้ใบหน้าและช่วงบนของร่างกาย สิ่งที่ควรเลี่ยงคือชุดเดรสที่มีดีเทลบริเวณสะโพก, เข็มขัด หรือ กระเป๋าพ็อกเก็ต เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงสะโพกดูกว้างขึ้น

สาว T-Shape คือสาวที่มีท่อนบนใหญ่กว่าท่อนล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นสาวสปอร์ตตี้ที่ชอบเล่นกีฬาและมีช่วงไหล่ที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม ชุดเดรสที่เหมาะกับสาวๆ กลุ่มนี้ คือ เดรสคอ V, เดรสที่มีสายคล้องคอ หรือคอลึก และจะดีมากถึงมากที่สุด ถ้าเลือกชุดที่มีดีเทลหรือลายพริ้นท์ตั้งแต่สะโพกลงไปเพื่อสร้างจุดสนใจและสร้างความสมดุลให้กับรูปร่างโดยรวม ส่วนเดรสต้องห้ามสำหรับสาว T-Shape คือ เดรสโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่ง, เดรสที่มีดีเทลแน่นๆ ช่วงบนหรือมีแขนพอง รวมถึงเดรสที่มีลายขวางตรงช่วงไหล่และหน้าอก

สาว H-Shape เป็นผู้หญิงที่มีสัดส่วนค่อนข้างตรง ชุดเดรสที่เหมาะกับหุ่นสไตล์นี้ ได้แก่ เดรสที่ช่วยเพิ่มส่วนโค้งเว้าให้แก่รูปร่างโดยมีดีเทลดึงดูดความสนใจทั้งช่วงบนและช่วงสะโพก อย่างเดรสลายพริ้นท์ทั่วทั้งชุด นอกจากจะช่วยเพิ่มจุดสนใจแล้ว ยังเติมความนุ่มนวลให้แก่ลุคโดยรวมอีกด้วย ส่วนเดรสที่สาว H-Shape ควรเลี่ยงคือเดรสที่มีกระโปรงบานๆ หรือมีดีเทลช่วงเอวเยอะๆ เพราะจะทำให้รูปร่างดูตรงขึ้นและปราศจากส่วนเว้าส่วนโค้ง

ปิดท้ายที่สาว X-Shape สาวหุ่นสมส่วนสุดเซ็กซี่ ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีข้อแม้ในการเลือกเดรสเยอะ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกเดรสที่เรียบโก้และน่าสนใจช่วงเอวหรือเลือกเดรสที่มีจุดสนใจอยู่ที่กลางลำตัวก็จะยิ่งทำให้ลุคโดยรวมดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น เช่น เดรสกระโปรงทรงดินสอหรูๆ ไม่เน้นสีสันแต่เน้นความเรียบโก้
เดรสสำหรับสาว X-Shape


เทรนด์แฟชั่นฮาโลวีนสุดเซ็กซี่ ปี 2014

เทรนด์แฟชั่นฮาโลวีน  สำหรับงานปาร์ตี้ปี 2014 ไม่น่ากลัวกันอีกต่อไป เพราะเราจัดเต็มกับสไตล์ของสาวยุคใหม่กับแบบที่หลากหลาย เน้นความเซ็กซี่


 

 
แต่งเซ็กซี่สไตล์ Captain Hook


แต่งสไตล์ค้างคาวดูดเลือด


สไตล์ผีดูดเลือดแอบเซ็กซี่


สไตล์แม่มดในเทพนิยาย

 

 
แนว Red Devil หรือแม่มดสุดเซ็กซี่

Green Office เทรนด์ฮิต ชวยคนทำงานพิทักษ์โลก

Green Office เทรนด์ฮิต ชวยคนทำงานพิทักษ์โลก


ใครว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่เห็นจะน่าสน ขอถามหน่อยว่าที่ฝนหลงฤดู แล้วยังน้ำป่าที่จะท่วมถึงหน้าบ้าน ดีไม่ดีจะเอ่อล้นมาถล่มถึงกรุงเทพฯ เข้าให้เนี่ย คิดว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวพอหรือยังคะ หนำซ้ำจะกระทบถึงเศรษฐกิจประเทศด้วยซ้ำไป เหตุนี้เองที่ผู้คนในเมืองใหญ่ทั่วโลกถึงหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันยกใหญ่ในตอนนี้ รวมถึงองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่ร่วมมือกันระแวดระวังการใช้ทรัพยากรเพื่อลดปัญหาโลกร้อนกันมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดรายจ่ายในการทำงานอีกด้วย วิธีการเป็น Green Office ก็ไม่อยาก WP มีมาแนะนำนี่แล้วค่ะ ที่เหลือก็เพียงแต่ว่าใครจะร่วมมือบ้างก็เท่านั้นเอง


1. ใช้แล้ว ใช้อีก

Reuse หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ เนี่ยใครๆ ก็รู้ แต่ว่าทำได้หรือเปล่า...โถ! ส่ายหน้ากันเป็นแถวเลยละสิ มาคราวนี้ลองใหม่ค่ะ เริ่มการหัดใช้กระดาษในออฟฟิศให้คุ้มค่าก่อน อย่างเช่นใช้กระดาษให้เต็มทั้ง 2 หน้า หรือถ้าจะแค่เขียนโน้ตสั้นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษแผ่นเท่าบ้าน ตัดเป็นแผ่นเล็กๆ ไว้ก็พอ ส่วนซองจดหมายเก่าก็อย่าทิ้งขว้าง แค่หากระดาษมาแปะทับหน้าซองก็ใช้ได้แล้ว วิธีเหล่านี้อาจฟังดูแล้วไม่น่าบังเกิดประโยชน์อันใด แต่ความจริงอาจทำให้คุณทึ่ง เพราะแค่หันมาใช้กระดาษทั้งสองหน้า 100 รีม จะช่วยเซฟต้นไม้ได้ 2 ตันเชียวนะ ยิ่งกว่านั้นหลายคนไม่ทราบว่าขยะกระดาษนี่แหละเป็นตัวแสบที่ไปเจอะรูโหว่ในชั้นบรรยากาศเลย เพราะเวลากระดาษเน่าเปื่อยจะปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) ซึ่งก่อปรากฏการณ์เรือนกระจกได้รุนแรงกว่าคาร์บอนได้ออกไซด์ถึง 20 เท่า ลองช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทั้งโลกจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้มหาศาลเลยละค่ะ

 

 

2.ใช้ให้คุ้ม

สาวขี้เบื่อทั้งหลายที่ชอบควักกระเป๋าซื้อของรุ่นใหม่ทั้งที่ของเก่ายังใช้ได้ ทราบไหมว่าแค่นี้คุณก็ตกเป็นผู้ร้ายทำลายสิ่งแวดล้อมได้แล้ว เพราะไม่เพียงใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า แต่คุณยังเป็นตัวการสร้างขยะให้ยิ่งรกโลกโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นคอมพิวเตอร์ที่ใครๆ ก็อยากได้ใหม่อยู่เรื่อยเนี่ย งานวิจัยในอเมริกาเขาขอประจานให้ชาวโลกทราบเสียหน่อยว่า ในการผลิตคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องจะก่อขยะถึง 60 กิโลกรัม นั่นคือมีขยะมากกว่าตัวมันเองถึงเกือบ 1 ใน 3 การผลิตเครื่องใช้ไฮเทคทั้งหลายก็ด้วย มีเศษขยะเหลือเกลื่อนเชียวละ ทราบอย่างนี้แล้วก็ช่วยกันถนอมข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่นานๆ กันหน่อยเถอะค่ะ แล้วก็ลองอัพเกรดดูก่อนจะทิ้งขว้างให้เป็นขยะ ถ้าทนทู่ซี้ใช้ไม่ไหวจริงๆ ทางออกสุดท้ายอาจจะบริจาคให้กับโรงเรียนหรือมูลนิธิที่ขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้จะยิ่งเริด

3. คิดก่อนใช้

ถ้าเริ่มจะอินกับกระแส Green Office เข้าไปทุกที เราขอแนะนำวิธีขั้นแอดวานซ์ นั่นคือ เลือกของใช้โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ฟังแล้วอาจจะน่าปวดหัว แต่ทำจริงๆ ไม่ยากเลย เช่น แทนที่ในออฟฟิศจะใช้แก้วกระดาษ ชามโฟมกันทุกวัน ก็เอาภาชนะส่วนตัวมาใช้แทน (ขยันล้างจานกันนิดหนึ่งน่า) หรือหันมาใช้ถ่านหรือแบตเตอรี่แบบที่ชาร์จไฟได้ แค่นี้ก็ก่อขยะมลพิษน้อยลงแล้วเห็นไหม ที่เมืองนอกยิ่งกว่านี้อีกนะจะบอกให้ อย่างในอเมริกามีการรณรงค์ให้หันมาใช้ปากกาชนิดที่เติมหมึกได้ เพราะมีสถิติว่าคนอเมริกันทิ้งปากกาวันละกว่า 4 พันล้านด้ามต่อวันแน่ะ ส่วนที่อังกฤษรณรงค์ให้ใช้คลิปหนีบกระดาษแทนลวดเย็บกระดาษ เพราะคลิปนำกลับมาใช้ได้ แต่ลวดเย็บติดแล้วต้องทิ้งเลย งานนี้เขาคำนวณไว้ว่า ถ้าพนักงานบริษัททั้งประเทศลดการใช้ลวดเย็บกระดาษวันละตัว จะประหยัดการใช้เหล็กถึง 72 ตันต่อปี


4. ลดใช้พลังงาน

แค่ช่วยกันปิดน้ำปิดไฟเวลาไม่ใช้ ตอนนี้คงไม่พอเสียแล้ว เพราะออฟฟิศยุคนี้อะไรก็ไฮเทค ก็เลยมีเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ใกล้ตัวที่สุดก็คือคอมพิวเตอร์ บางคนคิดว่าแค่ตั้ง Screen Saver เอาไว้พักหน้าจอเวลาไม่ใช้งานก็ช่วยประหยัดไฟแล้ว เราขอบอกและฝากบอกคนอื่นๆ ด้วยว่า ไม่จริงเลย! ควรตั้ง Screen Saver เป็น None หรือ Black Screen ไม่ก็ปิดหน้าจอเลยดีกว่าถ้าไม่ได้ใช้นานๆ เพรามอนิเตอร์กินไฟมากกว่าตัวเครื่องถึง 2 เท่าเชียวนะค่ะ ส่วนใครที่ขี้เกียจปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เนี่ย ขอบอกว่าถ้าตั้งเป็น Sleep จะยังกินไฟ 29 วัตต์ ถึงจะสั่ง Turn Off แล้วก็ยังกินไฟ 2 วัตต์ นอกจากจะปิดสวิตซ์ที่ตัวเครื่องและถอดปลั๊กถึงจะไม่กินไฟเลย นอกจากนี้ก็อย่ามองข้ามเครื่องถ่ายเอกสาร เห็นซุกตัวเงียบอยู่ตามมุมอย่างนั้น ขอบอกว่าแค่ลืมเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน จะเสียพลังงานไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เท่ากับถ่ายเอกสาร 3,500 แผ่น เชียวละค่ะ

 

  เห็นหรือยังว่าเทรนด์ Green Office ไม่มีอะไรยากสักข้อ แถมยังช่วยโลกได้เห็นๆ สำคัญแค่ว่าชาวโลกคนไหนจะเล็งเห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น ‘หน้าที่’ ที่ต้องช่วยกันทำบ้างเท่านั้นเอง